เล่นหุ้นออนไลน์ เล่นหุ้นบนมือถือ

เงินน้อยเล่นหุ้น. เริ่มต้นเล่นหุ้น. สอนวิธีเล่นหุ้นออนไลน์. โปรแกรมช่วยเล่นหุ้น. วิธีสมัคร exness.

Home       FAQ คำถามที่ถามบ่อย

ชีวประวัติ Steve Jobs

Steve Jobs เป็นบุคคลที่มีความโดดเด่น ทั้งในด้านของการเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม และการสร้างสรรค์ความสำเร็จในชีวิต นับได้ว่าเป็น CEO แห่งศตวรรษที่ 21 เลยทีเดียว

สตีฟ จอบส์ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ Apple ผู้ให้กำเนิด Iphone ซึ่งเล่นหุ้นได้


สตีเวน พอล จอบส์ (Steve Jobs) กำเนิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955 ณ เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีชื่อจริงว่า สตีเวน พอล จอบส์ (Steven Paul Jobs) เป็นบุตรบุญธรรมของ บิดาชื่อ พอล (Paul Reinhold Jobs) และมารดาชื่อนางคลารา จอบส์ (Clara Jobs) ขณะที่จอบส์เกิด พ่อแม่ที่แท้จริงของเขายังมิได้สมรสกัน จึงต้องยกทารกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น สตีฟ จอบส์ ได้ศึกษาไฮสคูลที่ โฮมสตีดไฮสคูล (Homestead High School) ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และได้สมัครเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยรีด (Reed College)ซึ่งเขาต้องลาพักการเรียนหลังจากเข้าเรียนได้เพียงหนึ่งภาคการศึกษา ระหว่างการศึกษาไฮสคูล จอบส์ได้รู้จักกับ เพื่อนบ้านผู้มีความสนใจในคอมพิวเตอร์เช่นกับเขาชื่อ สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak) วอซเนียกได้สร้างคอมพิวเตอร์กับเพื่อนเล็กๆ ชื่อว่า ครีมโซดา "The Cream Soda Computer" และแสดงให้แก่สตีฟ จอบส์ เป็นที่น่า สนใจต่อเขาอย่างมาก เมื่อเขาเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยรีด (Reed College) เขาลาพักการเรียนเนื่องจากค่าใช้จ่ายในวิทยาลัยสูงเกินไปประกอบกับที่จอบส์ รู้สึกว่าเรียนแล้วไม่ได้สิ่งที่ต้องการในชีวิต แต่ระหว่างที่เขาลาพักเรียนนั้นเขาได้ลงเรียนวิชา เลือกหลายวิชาที่ไม่มีโอกาสได้เรียน เขาได้กล่าวในปี 2005 ถึงประสบการณ์นี้ว่า เขาอาศัยนอนบนพื้นห้องในหอพักเพื่อน เก็บกระป๋องน้ำอัดลมคืนเพื่อได้เงินมากินข้าว รับอาหารฟรีที่โบสถ์ เขายังกล่าวว่า "ถ้าผมไม่ได้เรียนวิชานั้นที่วิทยาลัยรีด เครื่องแมคอิน ทอชคงจะไม่มีรูปแบบอักษรหลากหลาย และปราศจากฟอนต์ที่มีการแบ่งระยะห่างอย่างถูกสัดส่วนเช่นนี้" เพราะเขาลาพักเรียนครั้งนั้น ทำให้เขามีโอกาสเข้าเรียนคัดตัวหนังสือนั่นเอง

ต่อมา ช่วงปี ค.ศ. 1974 จอบส์ได้กลับมายังรัฐแคลิฟอร์เนีย และได้เริ่มเข้าประชุม"เครื่องคอมพิวเตอร์ทำเองที่บ้าน" กับ สตีฟ วอซเนียก และได้สมัครเข้าทำงานในตำแหน่งช่างเทคนิคที่ อาตาริ (Atari) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และวิดีโอเกมส์ที่มีชื่อเสียง ตลอดช่วงเวลานี้ มีการค้นพบว่านกหวีดที่แถมในกล่องอาหารเช้าซีเรียล เมื่อนำดัดแปลงเพียงเล็กน้อยจะสามารถทำให้เกิดเสียงความถี่ 2,600เฮิร์ทซ์ ซึ่งตรงกับระบบโทรศัพท์ทางไกลของ AT&T ได้ ในปีค.ศ. 1974จอบส์กับวอซเนียกจึงได้เริ่มธุรกิจ ผลิตกล่อง"บลูบ็อกซ์" (Blue Box) จากแนวความคิดดังกล่าวทำให้สามารถโทรศัพท์ทางไกลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

รูปสตีฟจอบส์ก่อนที่จะสร้าง Ipad และรวยหุ้น Disney


ในปีค.ศ. 1976 ทั้งสองได้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล คอมพิวเตอร์ขึ้น ในโรงรถที่บ้านของครอบครัวจอบส์ ขณะนั้น สตีฟ จอบส์มีวัย 21 ปี และสตีฟ วอซเนียก มีวัยเพียง 26 ปี คอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่แอปเปิลได้นำเสนอออกสู่สายตาได้แก่เครื่อง Apple I และในอีก 1 ปีต่อมา คือในปีค.ศ. 1977 ได้นำเครื่องApple II ออกสู่ตลาด และประสบความสำเร็จอย่างดีในตลาดคอมพิวเตอร์ใช้งานในบ้าน ในปลายปี 1980 แอปเปิลกลายเป็นบริษัทมหาชน และเปิดขายหุ้นให้แก่นักลงทุนทั่วไป ในปีนี้เครื่อง Apple III ก็ออกงวางตลาด แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรประกอบกับมีคู่แข่งใหญ่อย่าง Microsoft เข้ามาแข่งขัน จอบส์ได้หาบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยบริหารกิจการ ในปีค.ศ. 1983 จอบส์ได้ จอห์น สกัลลีย์ (John Sculley) จากบริษัท Pepsi-Cola เข้ามาช่วยบริหาร จอบส์ได้พูดกับเขาว่า "คุณต้องการจะใช้ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ไปกับการขายน้ำหวาน หรือว่าต้องการโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้กันแน่?" แอปเปิลได้พัฒนาคอมพิวเตอร์แบบประสานงานผู้ ใช้แบบกราฟฟิก คอมพิวเตอร์ ลิซา เปิดตัวในปี 1983 และในปี 1984 ได้เปิดตัวเครื่อง แมคอินทอช อย่างไรก็ตาม จอบส์ มีปัญหากับทีมงาน และทีมบริหารทำให้เขาต้องลาออกไป เขาได้ก่อตั้งบริษัทเน็กซ์ (NeXT) ซึ่งใช้เทคโนโลยีล้ำยุค แต่ก็ได้รับความ นิยมจำกัดเพราะมีราคาสูงมาก จอบส์เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ที่เขาไม่ได้รวมเอาคุณลักษณะทางเครือข่ายเข้าไว้ในเครื่องแมคอินทอชรุ่นดั้งเดิม เขาตระหนักดีและไม่ต้องการผิดพลาดซ้ำสอง จึงได้พัฒนาระบบที่ประสานการสื่อสารระหว่างคนกับคอมพิวเตอร์มากขึ้น รวมถึงระบบ NeXTMail ซึ่งเป็นอีเมลระบบแรกๆที่สนับสนุนให้มีภาพกราฟิกส์และเสียงให้ฝังกับอีเมล์ได้ด้วย ในสมัยนี้ ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี ยังได้ให้กำเนิด World Wide Web บนเครื่องคอมพิวเตอร์ NexT อีกด้วย

ในปี 1986 จอบส์ยังได้ก่อตั้งบริษัทพิกซาส์ (Pixar) ซึ่งเป็นสตูดิโอภาพยนต์ที่ใช้กราฟฟิกคอมพิวเตอร์ ร่วมกับ เอ็ดวิน แคทมัลล์ (Edwin Catmull) และได้มีส่วนในการผลิตภาพยนต์ชื่อดังหลายเรื่อง เช่น Toy Story(1995) Finding Nemo (2003) ต่อมาได้ขายให้แก่วอลต์ ดิสนีย์ โดยแลกกับหุ้นมูลค่าหลายพันล้าน ทำให้สตีฟ จอบส์ กลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับต้นๆ ของดิสนีย์

หลังจากสตีฟ จอบส์ลาออกจาก Apple กิจการก็ทรงและทรุด จนในปี 1996 คณะบริหารก็ตัดสินใจซื้อทั้งบริษัท NeXT ด้วยราคา 427ล้านดอลล่า เพื่อให้ได้ จอบส์ กลับมา ทำให้ จอบส์ได้กลับมาสู่ แอปเปิลอีกครั้ง ดำรงตำแหน่ง CEO ตั้งแต่ปี 1997 จนถึง 2011 เขาลาออกด้วยปัญหาสุขภาพซึ่งเขาพบมะเร็งตั้งแต่ปี 2004 เขาเสียชีวิตในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2011 หลังเปิดตัว iPhone 4s เพียงวันเดียว

แม้เขาจะจากไปแล้ว หุ้นของ Apple นับว่าเป็นหุ้น Blue Chips หรือหุ้นเกรด A ตัวหนึ่งของโลก นับได้ว่า เขาได้พลิกโฉมหน้าของอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์การสื่อสารและคอมพิวเตอร์ปัจจุบัน ให้มีความเรียบง่าย และเกิดเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้น มากมาย

คลิปวิดีโอ Steve Jobs ที่ Stanford University กล่าวถึงเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ




ข้อมูลอื่นๆที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม
แนวคิดของเซียนเก็งกำไรหุ้น Jesse Livermore
ความต่างของความคิด คนทั่วไป-คนรวย
ความคิดบวกเพื่อความสำเร็จ
การลงทุนสไตล์ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)


 

 

 




วิธีสมัครสมาชิก
วิธีเอาเงินเข้าบัญชีซื้อขายหุ้น
วิธีการเล่นหุ้นออนไลน์
เริ่มต้นใหม่ เลือกหุ้นอย่างไรดี? 



ขอให้ท่านจงประสพความสำเร็จ
"If you can dream it, you can do it." - Walt Disney


เริ่มเล่นหุ้นง่ายๆ ทำเงินได้แบบคนรวย