ผลิตบิทคอยใช้เองฟรี สอนสร้าง BitCoin

สร้าง BitCoin ใช้เอง. สอนเริ่มเล่นบิทคอย. สอนวิธีขุดBitCoin. วิธีเริ่มขุดบิทคอย. วิธีสมัครเปิด e-wallet สำหรับบิทคอย

Home       FAQ ข้อสงสัยเกี่ยวกับ BitCoin

บิทคอย (Bitcoin) มีโอกาสฟองสบู่แตกหรือไม่ และหากบิทคอยฟองสบู่แตก จะมีผลกระทบอย่างไร


Bitcoin มีโอกาสเป็นฟองสบู่ (Bubble) หรือไม่ จะเลี่ยงความเสี่ยงอย่างไร
วงจรฟองสบู่ ตามแนวคิดของ Dr. Jean-Paul Rodrigue จำลองจากวิกฤติทางการเงินในประวัติศาสตร์

เนื่องจากราคาบิทคอยพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆตลอดทั้งปี 2016-2017 ก็มีหลายคนกลัวว่า ราคาเพิ่มมากขนาดนี้ อาจจะเกิดฟองสบู่แตก และกังวลว่าหากฟองสบู่แตกจะมีผลกระทบเป็นวงกว้าง เราจะมาให้ความเข้าใจในประเด็นนี้ครับ

ประเด็นว่า Bitcoin มีโอกาสฟองสบู่แตกหรือไม่ ก็ตอบว่ามีโอกาส คิดง่ายๆว่า สิ่งใดก็ตามมีทั้งมูลค่าจริงๆของมันซึ่งมาจากประโยชน์ใช้สอย และมูลค่าปลอมที่มาจากการซื้อเพื่อเก็งกำไร เมื่อไรที่คนไม่นิยมซื้่อเพื่อเก็งกำไรแล้วมูลค่าก็จะตกไปอยู่ที่มูลค่าแท้จริงของมัน เช่น ทอง ก็มีประโยชน์ใช้สอยในการใช้ทำเครื่องใช้ต่างๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ซื้อไว้เพื่อหวังว่าจะมูลค่ามั่นคงกว่าเงินสกุลทั่วไป และซื้อไว้เพื่อเก็งกำไรหวังซื้อถูกขายแพง เมื่อไรที่คนไม่นิยมเก็งกำไรแล้ว มูลค่าที่แท้จริงของทองก็จะกลับไปอยู่ที่ประโยชน์ใช้สอยของมัน
เช่นกัน บิทคอยเป็นสกุลเงินดิจิตอล ซึ่งออกแบบมาให้มีประโยชน์ใช้สอยคือ ใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนไม่ใช่การเก็งกำไร ถ้าเมื่อไรที่คนเก็งกำไรน้อยลง ราคาบิทคอยก็จะไม่สูงขึ้นแบบหวือหวาอีก แต่จะลดลงหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการใช้สอยในขณะนั้นสมดุลกับความต้องการเก็งกำไรหรือไม่ เมื่อไรที่มูลค่าที่ซื้อไว้เก็งกำไรกับมูลค่าที่นำมาใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนจริงๆใกล้เคียงกัน เมื่อนั้นมูลค่าก็จะนิ่งๆบ้าง ขึ้นๆลงๆบ้าง ไม่ดึงดูดคนที่อยากซื้อเพื่อเก็งกำไรอีก เช่นราคาทองในปัจจุบัน

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ หากบิทคอยฟองสบู่แตกขึ้นมา จะกระทบใครบ้าง และจะรุนแรงเพียงใด กระทบเป็นวงกว้างเกิดวิกฤติเศรษฐกิจหรือไม่ ก่อนอื่นมาดูผู้น่าจะได้รับผลกระทบกันก่อน

1. คนที่เอาเงินเหลือใช้ซื้อบิทคอยเพื่อเก็งกำไร จะกระทบโดยตรงทำให้เงินหายไป อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นเงินเหลือใช้ จึงกระทบไม่มาก คล้ายๆคนที่เอาเงินเหลือใช้ซื้อหุ้นในตลาดทรัพย์แล้วหุ้นตก ซึ่งก็เห็นกันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ปัญหาอาจจะมีมากขึ้นถ้า คนเอาเงินก้อนใหญ่มาลงแทนที่จะเป็นเศษเงิน แต่ก็กระทบเฉพาะคนๆนั้นเท่านั้น

2. คนที่ซื้อคอมแพงๆ ฮาร์ดแวร์แรงๆ มาขุดหรือทำเหมืองบิทคอย (Bitcoin Mining) การทำเหมืองคือการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ยืมพลังการประมวลผลเพื่อประมวลผลการใช้งานบิทคอยทั่วโลก ซึ่งเชื่อกันว่ายิ่งมีเครื่องมือ หรือฮาร์ดแวร์ที่แรง ก็จะได้เงินมาก บางส่วนจะขาดทุนเพราะยังได้ไม่คืนทุนที่ซื้อเครื่องแรงๆมา แต่ถ้ามองอีกมุมก็คือ ในวงการคอมพิวเตอร์และ IT จะมีของใหม่ๆอยู่ตลอด อุปกรณ์พวกนี้ก็ราคาตกลงทุกวันอยู่แล้ว แถมคนที่ขุดยังได้บิทคอยฟรีอีก ซึ่งคนที่ขุดก็มักจะขายเอาเงินไปใช้โดยไม่สนใจว่าราคาจะสูงหรือต่ำ ผลกระทบส่วนนี้จึงไม่มากนัก

3. ผู้ที่เปิดกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนบิทคอย จะต้องมีเงินคงสำรองทั้งเงินกระดาษและเงินบิทคอย อันนี้ได้ผลกระทบทั้งขาขึ้นและขาลงเพราะรายได้ขึ้นอยู่กับทั้งสองข้าง ต้องบริหารการเงินให้ดี แต่ปัจจุบันคนที่ทำแบบนี้มีไม่มากนัก จะเป็นคนต่อคนซื้อๆขายๆกันเองซะมากกว่า

4. สถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่ปล่อยกู้ให้เงินมาลงในบิทคอย หรือลงทุนในบิทคอยโดยตรง เช่นกันอันนี้ไม่ค่อยมี เพราะส่วนมากจะเป็นรายย่อยๆซื้อขายกันเอง
5. ผู้ที่กู้ยืมเงินจากคนอื่น เพื่อน ญาติ หรือสถาบันทางการเงิน เพื่อใช้ในธุรกิจเกี่ยวกับบิทคอย หากบิทคอยฟองสบู่แตกก็มีผลกระทบ ถ้าจัดการการเงินไม่ได้ก็เจ๊งกันไป แต่กรณีนี้ก็ไม่ต่างกับการกู้ยืมเงินมาทำธุรกิจทั่วไป หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ ถ้าขาดทุนมากๆ ก็ต้องปิดกิจการหรือขายกิจการ แต่ไม่น่าจะกระทบส่วนอื่นมากนัก ตราบใดที่ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้บิทคอย หากธุรกิจส่วนใหญ่ใช้บิทคอยก็จะมีผลกระทบมากขึ้น แต่เนื่องจากบิทคอยมีประโยชน์ใช้สอยจะมีมากพอต้านความต้องการเก็งกำไรได้จึงมีเสถียรภาพมากขึ้นไปด้วย ถึงจุดนั้นก็คาดเดายากว่าจะเป็นอย่างไร

6. ผู้ที่กู้ยืมเงินจากคนอื่น เพื่อน ญาติ หรือสถาบันทางการเงิน หรือเอาทรัพย์สินไปจำนองเพื่อซื้อบิทคอยหวังเก็งกำไร ในต่างประเทศจะมีคนแบบนี้อยู่บ้าง แต่ในเมืองไทยไม่ค่อยมี พวกนี้จะกระทบหนักคล้ายๆคนกู้เงินไปซื้อหวย แล้วยังกระทบกับคนที่ให้ยืมเงินอีกต่อหนึ่ง คนแบบนี้ถ้ามีจำนวนมากๆก็อาจเกิดปัญหาได้ เพราะจะไปดึงดูดให้สถาบันการเงินให้เอาเงินมาลงในบิทคอย

บางคนสงสัยว่าถ้าบิทคอยฟองสบู่แตก จะมีผลกระทบวงกว้าง ขนาดเกิดวิกฤติเศรษฐกิจทั้งโลกหรือไม่ ในกรณีปัจจุบันเป็นไปได้น้อย เพราะบิทคอยยังไม่ได้มีความนิยมและความน่าเชื่อมั่นขนาดที่มีสถาบันทางการเงินเอาเงินมากๆไปทุ่ม และอ้างว่าเอาเงินมาลง แล้วจะจ่ายดอกเบี้ย ปันผลให้ (ในอินเตอร์เน็ทมีบริษัทที่อ้างว่า จะให้ผลตอบแทนแบบนี้ประเภทนี้โผล่ขึ้นมามากมาย เรียกกันว่า HYIP (High Yeild Investment Program) ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามักลงเอยด้วยการไม่จ่าย หรือเจ๊ง ปิด บริษัทหนี แต่ไม่ค่อยมีผลกระทบในวงกว้างเพราะเป็นรายย่อยๆ) และเงินที่นักเก็งกำไรขายบิทคอยออกนั้นก็ไม่ได้หายไปไหนเพียงแต่ซื้อขายกันเปลี่ยนมือกันแล้วคนหนึ่งกำไร คนหนึ่งขาดทุน ต่างจากวิกฤติซับไพรม์ หรือหนี้เน่า ซึ่งมีการกู้ยืม และดอกเบี้ยเข้า มาเกี่ยวข้องทำให้จำนวนหนี้มหาศาลไม่มีใครจ่ายได้ จึงเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง

โดยสรุปคือ หากท่านต้องการเลี่ยงผลกระทบหากเกิดเหตุฟองสบู่บิทคอย ก็ไม่ควรกู้เงิน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน เงินเพื่อน เงินพ่อแม่ เงินเจ้านาย มาลงในบิทคอย ไม่ควรระดมทุน ของคนอื่นมาลงในบิทคอย สำหรับผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในสถาบันการเงิน ก็ไม่ ควรเอาเงินของสถาบันการเงินมาลงทุนในบิทคอย สำหรับคนที่ลงทุนในบิทคอยอยู่แล้วก็ของให้ใช้วิจารณญาณและการจัดการทางการเงินให้ดี สำหรับเว็ปนี้เราแนะนำเฉพาะการขุดบิทคอยด้วยตัวเอง ซึ่งไม่เสียเงินเท่านั้น ไม่แนะนำการเอาเงินส่วนตัวไป ซื้อบิทคอย หากท่านสนใจการลงทุนบิทคอยสามารถหาอ่านได้จากเว็ปอื่นๆและใช้วิจารณญาณของท่านเอง

(เขียนวันที่ 4 มกราคม 2561) การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงการวิเคราะห์ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ในอนาคตนั้นมีปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงได้




ข้อมูลอื่นๆที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม
อัตราดอกเบี้ย มีผลต่อตลาดหุ้น Forex และ Cryptocurrency อย่างไร





 

 

 

 




 



ขอให้ท่านจงประสบความสำเร็จ
"If you can dream it, you can do it." - Walt Disney


เริ่มเล่นหุ้นง่ายๆ ทำเงินได้แบบคนรวย
how to make money easily learn forex course online free