การชุมนุมประท้วงในรัฐบาลพลเรือนมีผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร

ตราบใดที่ยังมีปัญหาและความขัดแย้งเกิดขึ้น การชุมนุมประท้วงนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ ในยุคนี้เราพบว่าการชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นทั้งในประเทศที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตย เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เกาหลี ฟิลิปินส์ และไม่ใช่ประชาธิปไตย เช่น เหตุการณ์อาหรับสปริงในบางประเทศ หรือเวียดนาม สาธารณรัฐประชาชนจีน ในประเทศไทยก็เช่นกัน ในบรรดาปัจจัยการเมืองนั้น การชุมนุมประท้วงก็เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่นับว่ามีผลสะเทือนต่อตลาดหุ้น

การชุมนุม


การชุมนุมประท้วงนั้นมีผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร ต้องดูปัจจัยต่างๆดังนี้

  • จำนวน ถ้าผู้ชุมนุมประท้วงมีจำนวนน้อย ไม่ค่อยมีผลต่อตลาดหุ้น ถ้ามากจะมีมากขึ้น
  • ความมุ่งหมายของผู้ชุมนุม ถ้าต้องการล้มรัฐบาลจะมีผลมาก กว่าเรียกร้องขึ้นราคายาง หรือขอให้เร่งคดีเสือดำ
  • ระดับความขัดแย้งทางการเมืองโดยรวม ถ้าความขัดแย้งมีอยู่เดิมแล้ว ตลาดหุ้นจะยิ่งอ่อนไหวต่อการชุมนุม
  • ระยะเวลาการชุมนุม หากระยะเวลานานจะมีผลต่อความเชื่อมั่น แต่หากเป็นการชุมนุมขนาดเล็กก็จะไม่มีผล
  • การประกาศล่วงหน้า ถ้าประกาศล่วงหน้าจะสร้างผลกระทบมากกว่า แต่ข้อนี้ขึ้นอยู่กับระดับความขัดแย้งเดิมเป็นสำคัญ
  • เหตุการณ์แทรกซ้อน ความรุนแรง การลุกลามบานปลาย ถ้าเกิดขึ้นหุ้นจะตกเร็วมาก

สำหรับผลกระทบต่อหุ้นนั้น หุ้นใหญ่จะกระทบมากกว่าหุ้นเล็กๆ เพราะหุ้นใหญ่เป็นเจ้าของมูลค่าทางเศรษฐกิจจำนวนมากและเกี่ยวข้องกับหลายส่วน ซึ่งเหตุการณ์บ้านเมืองจะเป็นไปทางใดก็จะได้รับผลกระทบก่อน

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมประท้วงนั้นไม่ได้กระทบทุกกรณี ตัวอย่างเช่นในประเทศไทยมีเหตุการณ์ประท้วงที่มีความรุนแรงในปี 52 หรือปีที่มีเหตุทุบรถ นายก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากกราฟแล้วมีผลกระทบแค่ชั่วคราวเท่านั้น

ชุมนุม นปช. ปี 53 มีผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร
สีแดงคือการชุมนุมของ นปช. ในปี 2552 26 มีนาคม ถึง 24 เมษายน พ.ศ. 2552 (กราฟจาก finnomena.com)

ปี 53 ชุมนุมใหญ่ นปช. มีการเคลื่อนพลไปที่ต่างๆและเกิดความรุนแรงหลายจุด ทรัพย์สินเสียหาย มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตตลอดการชุมนุม แต่หุ้นก็ยังขึ้นจากปัจจัยอื่นๆ เมื่อสลายการชุมนุมแล้วหุ้นตกไปพักหนึ่ง แต่ไม่นานก็ฟื้นตัวกลับมา แสดงว่า

กรอบสีแดงคือการชุมนุมนปช. 2553 12 มีนาคม – 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 (กราฟจาก finnomena.com)

ในปี 56-57 มีการชุมนุมยืดเยื้อของกปปส. สถานการณ์ต่างกัน เมื่อมีความยืดเยื้อและจำนวนผู้ชุมนุมมาก นักลงทุนก็ไม่รู้จะเอาอย่างไร กราฟจึงขึ้นๆลงๆ ในการชุมนุมลักษณะยืดเยื้อนี้คาดเดาได้ยาก จากราฟดัชนี SET ย้อนหลังช่วงการชุมนุมของ กปปส. กรอบสีแดงคือระยะการชุมนุมโดยรวม กรอบสีน้ำเงินคือระยะที่ยกระดับขึ้นเป็นการปิดกรุงเทพ (Shutdown Bangkok) ซึ่งมีการเพิ่มการกีดขวางทางจราจรหลายจุดมากขึ้น นอกจากนี้ในช่วงเวลานี้ยังมีการชุมนุมของ นปช.(เสื้อแดง) ด้วยในจังหวัดที่เป็นฐานเสียงของรัฐบาล แต่แม้จะยกระดับขึ้นแล้วและมีการชุมนุมต้านจากอีกฝ่ายซึ่งน่าจะมีความขัดแย้งมากขึ้น กราฟหุ้นก็ยังขึ้นลงเป็นทิศทางไม่แน่นอน แสดงว่าเหตุการณ์ที่แทรกระหว่างการชุมนุมไม่ได้มีผลกระทบเสมอไป ทั้งนี้อาจเป็นเพราะนักลงทุนจำนวนไม่น้อยพิจารณาเหตุการณ์วันต่อวัน จึงน่าจะมีการขึ้นลง ขายและกลับมาซื้อใหม่หลายรอบ ในจุดนี้บางคนก็สามารถทำกำไรได้จากการขายชอร์ต (Short Selling)

กรอบสีแดงคือการชุมนุม กปปส. ในปี 56-57 (31 ตุลาคม 2556 – 22 พฤษภาคม 2557) ส่วนสีฟ้าคือ Shutdown Bangkok (13 มกราคม 2557 – 2 มีนาคม 2557) (กราฟจาก finnomena.com)

โดยสรุปแล้ว การชุมนุมประท้วงมักจะมีผลต่อตลาดหุ้นในระยะสั้นๆ วันต่อวันก็ว่าได้ แต่ถ้ามีการชุมนุมยืดเยื้อก็ต้องดูปัจจัยที่แทรกเข้ามา ซึ่งการชุมนุมประท้วงเป็นเพียงผลที่เกิดมาจากความขัดแย้งอีกทีหนึ่ง ถ้าไม่มีความขัดแย้ง รัฐบาลทำงานได้ตรงความต้องการของประชาชนและกลุ่มผลประโยชน์ ก็จะไม่มีการชุมนุมประท้วงตามมา แต่หากรัฐบาลทำงานได้ไม่ตรงความต้องการของประชาชนและกลุ่มผลประโยชน์ ก็จะเกิดความขัดแย้ง ส่วนจะเกิดเหตุการณ์ที่แสดงความขัดแย้งในรูปแบบใด จะเกิดชุมนุมประท้วงหรือไม่เป็นเรื่องที่ตามมา ซึ่งผลของความขัดแย้งนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นผลเสียเสมอไป

7 comments on “การชุมนุมประท้วงในรัฐบาลพลเรือนมีผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร

  1. อิสยา

    เสื้อแดงประท้วงไม่กระทบเพราะนายกอภิสิทธิ์เก่ง

    Reply
  2. suwit

    ประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ดี แต่ต้องอยู่ในกติกาที่เป็นธรรม

    Reply
  3. สุนัย

    ตลาด forex ไม่กระทบจากการชุมนุมของไทย

    Reply
  4. ทนิส

    มีผลดีต่อการวิเคราะห์หุ้นในตลาดหลักทรัพย์

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *