รัฐวิสาหกิจจีนเร่งจ่ายหนี้ค้างชำระกว่า 75% ให้เอกชนในเดือนมกราคม

หน่วยกำกับดูแลทรัพย์สินของจีน People’s Republic of China (PRC 中华人民共和国  ) ได้ยกระดับความพยายามที่จะจ่ายหนี้ที่เกินกำหนดชำระของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจีน (SOE) ที่บริหารงานโดยรัฐบาลกลาง

หวู่ ฮงบิน หัวหน้าฝ่ายจัดการและกำกับดูแลทางการเงินของ SASAC ( State-owned Assets Supervision and Administration Commission of the State Council
国务院国有资产监督管理委员会 ) กล่าวในการแถลงข่าวว่า ตามที่มนตรีแห่งรัฐ คณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจของจีน (SASAC) ได้ตรวจสอบหนี้ดังกล่าวเมื่อปลายปีที่แล้ว พบว่ามีหนี้ค้างชำระกับบริษัทเอกชนมูลค่า 1.116 แสนล้านหยวน (1.66 หมื่นล้านดอลลาร์)

นายหวู่กล่าวว่า ณ สิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา SOE ที่บริหารงานโดยรัฐบาลกลางได้จ่ายค่าแรงค้างชำระมูลค่า 820 ล้านหยวนให้แก่แรงงานภาคเกษตรและได้จ่ายหนี้ค้างชำระมูลค่า 8.39 หมื่นล้านหยวนให้แก่บริษัทเอกชน คิดเป็นมูลค่ากว่า 75% ของหนี้ค้างชำระทั้งหมด

SASAC ยังเตรียมกดดันให้ SOE ที่บริหารงานโดยรัฐบาลกลางจ่ายหนี้ค้างชำระทั้งหมดก่อนเดือนมิ.ย.2562 และในขณะเดียวกันก็เตรียมผลักดันการสร้างกลไกระยะยาวสำหรับการจัดการหนี้ค้างชำระ นายหวู่เสริม

สำนักข่าวซินหัว (Xinhua News Agency 新华通讯社 ) รายงานว่า ในเดือนพ.ย. 2561 ครม.จีนได้สั่งให้จัดการชำระหนี้ที่หน่วยงานรัฐบาลและ SOE ขนาดใหญ่ค้างไว้กับบริษัทเอกชน หลังจากที่จีนได้เดินหน้าแก้ปัญหาของบริษัทเอกชน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนา

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/2959148

3 comments on “รัฐวิสาหกิจจีนเร่งจ่ายหนี้ค้างชำระกว่า 75% ให้เอกชนในเดือนมกราคม

  1. หยุน

    เงินหยวนของจีนมีค่าลดลงมาอยู่ที่ระดับ 6.96 หยวน ต่อ 1 ดอลลาร์ ในการซื้อขายในวันจันทร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี คือตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2008

    การอ่อนตัวของค่าเงินหยวน ถือเป็นหนึ่งในความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับจีนในช่วงหลายปีมานี้ โดยกรุงวอชิงตันกล่าวหาปักกิ่งว่าแทรกแซงค่าเงินหยวนให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อกระตุ้นการส่งออกของจีน

    แต่เมื่อต้นเดือนนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะตราหน้าจีนว่าเป็น “ผู้บงการค่าเงินหยวน” แต่บอกว่าจะติดตามตรวจสอบการกำหนดนโยบายการเงินของจีนอย่างใกล้ชิด

    ก่อนหน้านี้ ทางการจีนระบุว่า จีนได้พยายามหลีกเลี่ยงการแทรกแซงค่าเงินหยวนเพื่อกระตุ้นการส่งออก ท่ามกลางสงครามภาษีนำเข้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แต่จะทำให้เงินหยวนสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้นซึ่งมีผลให้เงินหยวนมีค่าลดลง

    ด้านผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า จีนจะพยายามไม่ให้เงินหยวนมีค่าต่ำลงไปเกิน 7 หยวน ต่อ 1 ดอลลาร์ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐฯ

    ตั้งแต่เดือนเมษายน เงินหยวนจีนมีค่าลดลงไปแล้วเกือบ 10% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจจีนและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง สวนทางกับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ทำให้จีนสามารถส่งออกสินค้าได้มากขึ้นเพื่อชดเชยกับส่วนที่สูญเสียไปจากสงครามการค้ากับกรุงวอชิงตัน

    อย่างไรก็ตาม การที่ค่าเงินหยวนอ่อนแอก็อาจมีผลให้เงินทุนไหลออกจากจีนเช่นกัน ซึ่งจะมีผลให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศจีนยิ่งสูงขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

    คาดว่าประเด็นเรื่องค่าเงินหยวน จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในการประชุมระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ระหว่างการประชุมของกลุ่ม จี20 ในเดือนพฤศจิกายนนี้

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *