การจัดตั้งรัฐบาลแบบต่างๆ มีผลทางเศรษฐกิจอย่างไร

ในระบอบรัฐบสภา หรือระบอบใดๆ ก็ตาม เมื่อจะมีการจัดตั้งรัฐบาลหรือตั้งคณะบริหารประเทศก็จะมีการรวมกันระหว่างกลุ่มการเมืองต่างๆ โดยกลุ่มการเมืองนี้จะได้ประกาศนโยบายบอกทิศทางกับประชาชน และได้รับเลือกเข้ามาแล้ว ก็จะเจรจาจับขั้งกันเพื่อให้สามารถรัฐบาลได้ จากนั้นรัฐบาลก็จะประกาศนโยบายด้าน เศรษฐกิจ การเงิน การค้า สาธารณสุข การศึกษา และอื่นๆ และดำเนินการตามนโยบายต่อไป

การตั้งรัฐบาลมีผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร

รัฐบาลที่จัดตั้งออกมาจะแบ่งตามเสียงสนับสนุนของกลุ่มการเมืองได้หลายระดับ

  1. รัฐบาลเสียงข้างมาก (Majority Government) คือรัฐบาลที่ได้รับมติจากตัวแทนประชาชนในระบบบริหาร ในประเทศไทยคือ สส. (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) เกินครึ่งหนึ่งของสภา
  2. รัฐบาลเสียงข้างน้อย (Minority Government) รัฐบาลไม่ได้รับการสนับสนุนจากตัวแทนประชาชนในระบบบริหารมากเกินครึ่งหนึ่ง แต่สามารถตั้งรัฐบาลได้ด้วยปัจจัยอื่น เช่น มีบทบัญญัติกฏหมายระบุไว้ หรือมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเพิ่มเสียงในการสนับสนุน

โดยทั่วไปรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นภาวะไม่พึงประสงค์ แม้กฏหมายโดยทั่วไปจะเปิดช่องให้สามารถตั้งได้ แต่มักไม่มีเสถียรภาพและเผชิญการคัดค้าน อีกทั้งนโยบายไม่ตรงกับความต้องการของประชาชนจึงไม่ได้่รับการสนับสนุน แต่ไม่ใช่รัฐบาลเสียงข้างมากจะดีกว่าในทุกกรณี เพราะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลนั้นๆว่าจะส่งเสริมเศรษฐกิจอย่างไร

รัฐบาลยังสามารถแบ่งได้ตามการเข้าร่วมของพรรคการเมืองดังนี้

  1. รัฐบาลพรรคเดียว (Single Party Government) รัฐบาลที่มีพรรคเดียวจัดตั้ง เมื่อพรรคใดพรรคหนึ่งได้เสียงเกินครึ่งหนึ่งของสภา โดยทั่วไปจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลรูปแบบนี้ได้ แต่หากเกิดการต่อรองและร่วมกันก็จะกลายเป็นรูปแบบที่ 2 คือรัฐบาลผสม
  2. รัฐบาลผสม (Coalition Government) คือรัฐบาลที่มี 2 พรรคขึ้นไปร่วมกันจัดตั้ง ไม่ว่าจะร่วมกันเพื่อทำให้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง หรือร่วมกันเพื่อจุดประสงค์อื่น
  3. รัฐบาลแห่งชาติ (Unity Government) รัฐบาลร่วมกันโดยทุกพรรค ทุกกลุ่มการเมือง ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก มักจะเกิดในช่วงภัยพิบัติที่ร้ายแรง และสลายตัว เพราะแต่ละพรรค แต่ละกลุ่มการเมืองมีแนวทางต่างกัน รัฐบาลแห่งชาติจึงมีบทบาทจำกัดในบางเรื่อง

ในบรรดา 3 รูปแบบข้างต้นนั้น จากประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศต่างๆ พบว่า

  • ในอินเดียพบว่า รัฐบาลผสม (Coalition Government) มีประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจมากที่สุด
  • ในประเทศสหรัฐอเมริกาอดีตมีรัฐบาลมากกว่า 2 ฝั่ง กลับเติบโตทางเศรษฐกิจได้สูงกว่าในปัจจุบันมีรัฐบาลสลับกันเพียง 2 พรรค
  • ในเวเนซุเอลาแม้จะมีหลายพรรคที่จดทะเบียน แต่การรวมกลุ่มกลับรวมกันเป็น 2 พรรคใหญ่ และมีการแก้ไขให้ดำรงตำแหน่งต่อโดยไม่มีวาระ ทำให้นโยบายเกิดการผูกขาด กลายเสมือนเป็นรัฐบาลไป ซึ่งต่อมาส่งผลให้ภาคเอกชนเติบโตไม่ได้สัดส่วน จึงได้รับผลกระทบอย่างมากจากมาตรการการค้าของประเทศมหาอำนาจ
  • รัฐบาลพรรคเดียวมีในประเทศรัสเซีย ซึ่งมีเสียงสนับสนุนมากกว่า 70% และพรรคที่สนับสนุนไม่รับตำแหน่งใดๆ แต่มีข้อเสียคือเกิดการให้ผลประโยชน์แก่คนกลุ่มเดิมที่สนับสนุน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำสูง ส่วนของสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้นแม้จะมีพรรคเดียว แต่มีกลุ่มการเมืองหลายกลุ่มและวิธีการต่อรองต่างกับระบอบของประเทศอื่นๆ
  • ญี่ปุ่น แม้จะมีพรรคที่จะได้เป็นรัฐบาลเสมอ แต่ก็มีพรรคร่วมรัฐบาลรวมกัน 2 พรรค จึงยังจัดว่าเป็นรัฐบาลผสม แม้จะไม่เติบโตมาก สามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้ดี

โดยรวมแล้วรัฐบาลที่เหมาะสมต่อการพัฒนาเศรษฐกิจให้ทั่วถึงที่สุดคือรัฐบาลผสม ในประเทศไทย แม้จะมีรัฐประหาร และการชุมนุมทางการเมือง แต่รัฐบาลผสมดูจะเป็นทางที่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ และช่วยถ่วงดุลอำนาจได้ดีที่สุดเช่นกัน


7 comments on “การจัดตั้งรัฐบาลแบบต่างๆ มีผลทางเศรษฐกิจอย่างไร

  1. วิชัย

    รัฐบาลในปัจจุบันต้องการปรับปรุงทีมเศรษฐกิจให้ดีขึ้น

    Reply
  2. Pol Pol Makin

    It appears to be like like pleasant put up, however it just a single side on the medal. Wonderful reading in any case, I always appreciated great brain teaser and solid amount of nice information.

    Reply
  3. หยัด

    ชุมนุมประชาชน’ปลดแอก’ไล่รัฐบาลพรึ่บ บริเวณถนนศรีสมุทร ปากน้ำ

    Reply
  4. marketer forexer

    I visited multiple websites but the audio quality for audio songs present at this web page is really fabulous.

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *