ตลาดหุ้นมีกำเนิดอย่างไร และตลาดหุ้นมีประวัติอย่างไร

ตลาดหุ้น (Stock Market) และตลาดหลักทรัพย์ (Stock Exchange) เป็นสถานที่สำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้นและหลักทรัพย์อื่นๆ ซึ่งมีวิวัฒนาการมาจากระบบการเงินที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

ในยุคของสาธารณรัฐโรมัน รัฐบาลได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนให้ดำเนินการต่างๆแทน บริษัทเอกชนเหล่านี้จะมีสถานะเป็นบริษัทที่ประชาชนเป็นเจ้าของได้ผ่านการซื้อส่วนของมูลค่าบริษัทนั้น เรียกว่า partes ราคาของส่วนย่อยนี้จะขึ้นลง และสามารถซื้อขายกันได้เหมือนหุ้นในปัจจุบัน

ในปี คศ. 1200 ประเทศฝรั่งเศสมีสถานที่ที่เรียกว่า courretiers de change เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนซื้อขายความเป็นเจ้าของการกู้เงิน (คล้ายกับหุ้นกู้ในปัจจุบัน) ซึ่งให้เงินกู้แก่พ่อค้าและเกษตรกร ผู้ให้กู้รายเก่าสามารถขายต่อให้รายใหม่ ซึ่งมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยและเงินใช้คืน แต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน ต่อมามีกิจการที่หลากหลายขึ้นและต้องการเงินทุน กลายเป็นการซื้อหุ้นในกิจการนั้นเพื่อนำเงินให้กิจการนั้นใช้โดยหวังจะได้ผลตอบแทนภายหลัง การแลกเปลี่ยนลักษณะนี้กระจายไปหลายเมืองการค้าในยุโรปอย่างไม่เป็นทางการ แม้จะได้รับการต่อต้านจากชนชั้นปกครองบางส่วนในสมัยนั้น แต่ในที่สุดในปี คศ. 1600 กิจการในอังกฤษก็สามารถขายหุ้นให้กับประชาชนได้อย่างเป็นทางการ

คศ. 1600 นั้นตรงกับยุคล่าอาณานิคม ในยุโรปมีการการระดมทุนกันเพื่อบุกเบิกและทำกิจการในต่างแดน โดยการระดมทุนมีลักษณะคล้ายหุ้นในปัจจุบัน ประเทศอังกฤษมีกิจการชื่อ บริษัทอินเดียตะวันออก (British East India Company) ก่อตั้งในปี คศ. 1600 มีการร่วมทุนระหว่างพ่อค้าและขุนนาง บุกเบิกทำการค้าและการทหารกับดินแดนแถบเอเชีย มีการซื้อขายหุ้น และผู้ถือหุ้นจะได้รับปันผลจากผลการดำเนินการของบริษัท บริษัทอยู่มาได้ถึงปี คศ. 1874 หรือยาวนานกว่า 270 ปี เมื่อปัญหาในการจัดการประเทศอินเดีย รัฐบาลอังกฤษจึงยึดบริษัทมาเป็นกิจการของรัฐ และต่อมาได้จ่ายเงินซื้อหุ้นคืนกับผู้ถือหุ้น นอกจากบริษัทอินเดียตะวันออกแล้ว ยังมีบริษัทอื่นๆเปิดขึ้นที่ระดมทุนไปทำกิจการในยุคนี้หลายบริษัท เช่น บริษัทดัตช์อีสต์อินเดีย (Verenigde Oostindische Compagnie) ซึ่งก่อตั้ง Amsterdam stock exchange และขายหุ้นให้กับผู้สนใจลงทุน Amsterdam stock exchange นับเป็นตลาดหุ้นแรกของโลก เพราะมีการขายหุ้นของบริษัทอย่างเป็นกิจลักษณะ บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่โดยจะนำเงินไปจ้างคนงาน คนเดินเรือ และลงทุนต่างๆ จากนั้นจะนำกำไรกลับมาแบ่งให้ผู้ถือหุ้น

ในช่วงที่คนตื่นตัวกันมากเรื่องกำไรที่จะได้จากอาณานิคม ทำให้คนแห่กันไปซื้อหุ้น ราคาของหุ้นสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ ราคาที่สูงมากทำให้คนเริ่มทยอยขายทำกำไร และเกิดขาลงจนคนแห่กันขาย ทำให้บริษัทเกิดภาวะย่ำแย่ ดำเนินการไม่ได้ กระทบถึงเศรษฐกิจของประเทศ ที่ประเทศอังกฤษเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบจนรัฐบาลต้องสั่งห้ามซื้อขายหุ้นไปจนถึงปี คศ. 1825

ก่อนหน้าที่ประเทศอังกฤษจะเปิดตลาดหุ้น ก็เกิด ตลาดหลักทรัพย์ฟิลาเดเฟีย (Philadelphia Stock Exchange, PHLX) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (New York Stock Exchange, NYSE) ขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี คศ. 1790 และ 1817 ซึ่งอเมริกาเป็นประเทศที่บุกเบิกใหม่ จึงต้องการการระดมทุนของกิจการต่างๆเพื่อร่วมกันสร้างประเทศ ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค กลายเป็นตลาดสำคัญของโลกมีมูลค่าซื้อขายมากกว่าพันล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ และมีการตั้งตลาดหุ้น (หรือตลาดหลักทรัพย์ หมายถึงตลาดหุ้นใหญ่ที่มีการซื้อขายกันในสถานที่) ในแต่ละประเทศขึ้นมาเพื่อระดมทุนสำหรับบริษัทในประเทศนั้นๆ

ในอดีต การซื้อขายหุ้นจะใช้การพูดคุยกันตัวต่อตัว ต่อมาก็ใช้กระดานขนาดใหญ่เขียนราคาหุ้น และเปลี่ยนเป็นหน้าจอขนาดใหญ่แสดงราคาหุ้น ในยุคอินเตอร์เน็ตก็เพิ่มให้การดูและซื้่อขายผ่านอินเตอร์เน็ตได้ตามลำดับ

ในประเทศมีการตั้ง บริษัทลงทุน ในปี พศ. 2503 หรือ คศ. 1960 ซึ่งเปิดตลาดหุ้นกรุงเทพขึ้นมาในปี พศ. 2505 หรือ คศ. 1962 แต่เนื่องจากการลงทุนไม่ทันสมัย และประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย จึงปิดกิจการลง ต่อมากระทรวงการคลังได้ปรับปรุงพัฒนาองค์ความรู้ และเปิดทำการตลาดขึ้นใหม่ โดยใช้ชื่อว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Stock Exchange of Thailand, SET) ในปี พศ. 2518 หรือ คศ. 1975 และเปิดทำการมาจนถึงปัจจุบัน

.

บทความที่เกี่ยวข้อง

6 comments on “ตลาดหุ้นมีกำเนิดอย่างไร และตลาดหุ้นมีประวัติอย่างไร

  1. mataga

    Like!! I blog frequently and I really thank you for your content. The article has truly peaked my interest.

    Reply
  2. ก้อย

    ถ้าเราเทรดรุ่นแรกคงยากมาก (เดี๋ยวนี้สบายขึ้น)

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *