เหตุระเบิดในเมืองหลวง กระทบหุ้นตัวใดบ้าง?

ที่ใดมีคน มีอำนาจ มีผลประโยชน์ ย่อมมีความขัดแย้ง บางครั้งความขัดแย้งนั้นแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ก็จะออกมาในรูปของนวัตกรรม ความก้าวหน้า ในบางครั้งแสดงออกอย่างไม่สร้างสรรค์ก็เกิดเป็นความรุนแรง การกดขี่ข่มเหง การก่อวินาศกรรมต่างๆ ประเทศไทยก็เหมือนประเทศอื่นๆที่มีความขัดแย้งบางครั้งก็เกิดความสร้างสรรค์ แต่บางครั้งก็เกิดความรุนแรงขึ้น เช่นเหตุการณ์การระเบิดในกรุงเทพ ซึ่งเกิดหลายครั้ง เช่น ระเบิดที่อนุสาวรีย์ช่วงการชุมนุมทางการเมือง ระเบิดที่ศาลพระพรหม ระเบิดที่ราชประสงค์ ระเบิดหน้ากระทรวงกลาโหม

เหตุระเบิดในกรุงเทพนั้น อาจมีเหตุมาจากความขัดแย้งในประเทศ เช่น การระเบิดที่เกิดในช่วงการชุมนุมทางการเมือง หรือนอกประเทศก็ได้ เช่น การวางระเบิดของกลุ่มเคลื่อนไหวชาวอุยกูร์ที่ไม่พอใจการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีน ซึ่งมูลเหตุต่างกันอาจทำให้มีเป้าในการโจมตีต่างกัน แต่เนื่องจากกรุงเทพเป็นเมืองศูนย์รวม (Complex) รวมหลายๆอย่างทั้งแหล่งเศรษฐกิจ แหล่งที่อยู่อาศัย หน่วยราชการ แหล่งท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ผลกระทบจึงได้รับอย่างทั่วถึง และส่งผลไปถึงหุ้นกลุ่มต่างๆในตลาดหุ้น แต่จะกระทบตัวใดบ้าง มากน้อยเพียงใด? เราไปดูกัน

หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม

เช่น OHTL (โอเรียลเต็ล) ERW (เอราวัณ) CENTEL (โรงแรมเซนทรัล) MINT (อนันตรา – โฟร์ซีซั่น) เมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว และกรุงเทพก็เป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายของการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลก มีโรงแรมจำนวนมากรองรับนักท่องเที่ยวทุกเชื้อชาติ เมื่อเกิดเหตุระเบิดขึ้นบนท้องถนน หรือในอาคาร คนที่กลัวที่สุดคือนักท่องเที่ยวนั่นเอง เพราะจะต้องเป็นคนเดินถนน และนักท่องเที่ยวอาจจะคิดต่อว่า หากมีการลุกลามบานปลายเกิดควบคุมความสงบไม่ได้หรือเกิดการจราจลตามมา นักท่องเที่ยวก็จะอยู่ในภาวะลำบาก เพราะอาจไม่สามารถเดินทางกลับได้ สาธารณูปโภคอาจใช้การไม่ได้ หรือได้รับอันตราย มีค่าใช้จ่ายสูงและมีความเสี่ยง ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าเสี่ยงภัย ไม่อยากมาเที่ยวจนกว่าจะแน่ใจว่ามีความปลอดภัยเสียก่อน

หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม ได้รับผลกระทบอยู่แล้วไม่ว่าจะเกิดระเบิดที่ใด แต่เมื่อระเบิดใกล้สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่พักของต่างชาติก็จะกระทบมากขึ้น เนื่องจากอาจเกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยวได้มากที่สุด จากเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ในปี 2016 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ทำให้หุ้นกลุ่มนี้ตกประมาน 7-10%

หุ้นกลุ่มสายการบิน

เช่น AAV (การบินกรุงเทพ) AOT (ท่าอากาศยานไทย) NOK (นกแอร์) ธุรกิจกลุ่มนี้จะได้รับผลจากการจองตั๋วขาเข้าที่น้อยลง เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยว กลัวที่จะมาเที่ยวประเทศไทย แต่จะอ่อนตัวไม่มากนัก เพราะผู้ที่ใช้เครื่องบินไม่ได้มีจุดประสงค์ท่องเที่ยวอย่างเดียว

ธุรกิจกลุ่มนี้จะได้รับผลจากการจองตั๋วขาเข้าที่น้อยลง เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยว กลัวที่จะมาเที่ยวประเทศไทย แต่จะอ่อนตัวไม่มากนัก เพราะผู้ที่ใช้เครื่องบินไม่ได้มีจุดประสงค์ท่องเที่ยวอย่างเดียว จากเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ในปี 2016 หุ้นตกลงประมาน 5-7%

หุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว

ธุรกิจกลุ่มนี้ก็คือห้างสรรพสินค้า มีลูกค้าเป็นคนในประเทศส่วนหนึ่ง และคนต่างชาติส่วนหนึ่ง เมื่อลูกค้าชาวต่างชาติหายไปก็ได้รับผลกระทบ และธุรกิจกลุ่มสปา ที่มีลูกค้าเป็นชาวต่างชาติก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

หากการระเบิดระเบิดใกล้ห้าง และติดต่อกันหลายจุด ถึงขั้นที่คนในประเทศไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอย หุ้นกลุ่มนี้ก็จะร่วงลงอีก การบริโภคในกลุ่มนี้ถือเป็นการท่องเที่ยว หรือเรื่องหาความสำราญของคน ไม่ใช่การบริโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็น แต่การบริโภคพื้นฐานจะยังคงมีอยู่ต่อไป หุ้นในกลุ่มนี้อาจจะได้รับผลกระทบน้อย เพราะมีตลาดในประเทศอยู่มาก และยิ่งมีกิจการร้านสะดวกซื้อควบคู่ไปด้วยยิ่งกระทบน้อย

หุ้นอื่นๆ ที่ปรับตัวลงอยู่แล้ว

เช่น ราคาน้ำมันตก ทำให้หุ้นพลังงานตกอยู่แล้ว แต่เมื่อมีระเบิดเพิ่มความตกใจ นักลงทุนก็พร้อมจะขายออกไปพร้อมๆกัน ทำให้หุ้นพลังงานร่วงลงมากกว่าเดิม หรือผ่านช่วงค่าเงินบาทแข็งมาก่อนเหตุระเบิด ทำให้หุ้นกลุ่มส่งออกที่ร่วงอยู่แล้วร่วงมากขึ้น

หุ้นกลุ่มที่ไม่กระทบ

หุ้นเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน และกลุ่มโรงพยาบาล ดูจะกระทบน้อยที่สุด เพราะโครงสร้างพื้นฐานมีความมั่นคง ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ส่วนกลุ่มโรงพยาบาลยังคงจำเป็น

สรุป

ระเบิดในเมืองหลวงกระทบหุ้นหลายตัว สาเหตุหลักเกิดจากนักท่องเที่ยวไม่เข้าประเทศ แล้วจึงตามมาด้วยคนในประเทศหยุดการบริโถค ซึ่งบางครั้งก็เป็นภาพที่แท้จริง แต่หลายๆครั้งก็เป็นเรื่องที่กลัวกันไปเอง แต่จะแย่กว่าถ้าคนไทยกลัวซะเอง ดังนั้นคนไทยจึงไม่ควรพูดต่อๆกันไปก่อนว่ามีคนคิดก่อสงคราม จะเกิดจราจล จะมีการต่อสู้กัน เพราะจะสร้างความตระหนกเกินเหตุ หากต่างชาติได้เห็นก็จะมีความกลัวเกินจริง ควรให้หน่วยงานดูแลพื้นที่จัดการ ซึ่งหน่วยงานจะประกาศแจ้งอยู่แล้วว่าพื้นที่มีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด แทนที่จะพูดไปในทางว่าจะเกิดความรุนแรง ควรจะช่วยกันบอกว่าประเทศไทยมีความปลอดภัยอย่างไรจะดีกว่า ส่วนของหุ้นนั้นก็จะกระทบโดยขยายวงจากหุ้นกลุ่มที่ใกล้นักท่องเที่ยวที่สุดออกไป แต่หากมีกระแสตกแรง อย่างไรก็ตาม การตกของหุ้นจากเหตุระเบิดนี้เป็นเรื่องชั่วคราว เมื่อเวลาผ่านไปก็จะกลับไปตามปัจจัยพื้นฐานเช่นเดิม เพียงแต่ปัจจัยที่จะทำให้ฟื้นนั้นจะมีเหตุส่งเสริมหรือขัดแย้งหรือไม่ เช่น เมื่อถึงเวลาฟื้น จะมีตลาดเปิดใหม่มาแบ่งเงินจากนักลงทุนหรือไม่ หรือการท่องเที่ยวได้เปลี่ยนกระแสไปแล้วหรือไม่

.

บทความที่เกี่ยวข้อง

4 comments on “เหตุระเบิดในเมืองหลวง กระทบหุ้นตัวใดบ้าง?

  1. ห้อง

    “คลัง” แนะนักลงทุนอย่าตระหนก เหตุป่วนเมืองปัจจัยระยะสั้น

    กระทรวงคลัง เตือนนักลงทุนอย่าตระหนก ชี้เหตุป่วนเมืองปัจจัยระยะสั้น พร้อมเตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เผยต่างชาติทั้งมูดี้ส์ และฟิทช์ เรทติ้งส์ มองเศรษฐกิจเชิงบวก

    วันนี้ (2 ส.ค.2562 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันนี้ หลังจากเปิดตลาด ดัชนีร่วงกว่า 18 จุด ก่อนจะไหลลงต่อเนื่องเป็นกว่า 20 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกที่ร่วงลง ช่วงเที่ยงนี้ปิดที่ 1,678.79 จุด ลดลง 20.96 จุด มูลค่าการซื้อขาย 40,977.92 ล้านบาท จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งสหรัฐฯ ขู่จะขึ้นภาษีจีนครั้งใหม่ ขณะที่ยังได้รับแรงกดดันจากเหตุระเบิดป่วนพื้นที่กรุงเทพฯ หลายจุดในช่วงเช้าที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามองว่า เป็นเหตุการณ์สร้างความวุ่นวาย แต่ขอให้นักลงทุน ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แม้จะกระทบตลาดหุ้นบ้างในช่วงนี้ พร้อมหารือกับผู้บริหารตลาดทุน ให้ติดตามอย่างใกล้ชิด และยังกำชับผู้บริหารกระทรวงคลังทุกหน่วยงานช่วยกันดูแล ความปลอดภัยทั้งทรัพย์สินและบุคลากร โดยเชื่อมั่นฝ่ายความมั่นคงจะดูแลสถานการณ์ได้ จึงเชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากนัก กระทรวงการคลัง จึงร่วมกับสำนักงบประมาณเตรียมเสนอมาตรการดูแลเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อดูแลฐานรากทั้งรายย่อย ภาคเกษตรให้มีความเข้มแข็ง และเตรียมแผนการรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยต้องเร่งประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน รวมทั้งมาตรการเร่งรัดให้เกิดการลงทุน ขณะที่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เมื่อต้องปรับกรอบงบขาดดุล จาก 450,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 469,000 ล้านบาท ต้องปรับแผนรองรับในการหารายได้ที่เหมาะสมเข้ารองรับการขาดดุล

    Reply
  2. Don Quixote Doflamingo

    It’s the best time to make some plans for the future and it’s time to be happy. I’ve read this post and if I could I wish to suggest you few interesting things or advice. Perhaps you can write next articles referring to this article. I wish to read even more things about it

    Reply
  3. Riki

    Yesterday, while I was at work, my sister stole my iphone and tested to see if it can survive a thirty foot drop, just so she can be a youtube sensation. My apple ipad is now broken and she has 83 views.
    I know this is entirely off topic but I had to share
    it with someone!

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *