ไทย-ฮ่องกง ลงนามความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจพร้อมริเริ่มเจรจา FTA

ไทย-ฮ่องกง ลงนามความร่วมมือ การค้า-ลงทุน-ย้ายฐานผลิต-การเงิน-เศรษฐกิจสร้างสรรค์-Start up

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมหารือกับนางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงว่า การประชุมวันนี้เป็นการด ำนินการของทั้งสองฝ่ายเพื่อสร้างสรรค์อนาคตที่ดีร่วมกันท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยตนเองและนางแคร์รี หล่ำ ผู้นำฮ่องกง ได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายและวางแนวทางความร่วมมือระหว่างกันสำหรับหน่วยงานและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่าย

ซึ่งผลลัพธ์ของการประชุมจะมีความคืบหน้าได้อย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรมหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่จะต้องเร่งรัดการทำงานร่วมกันและเก็บเกี่ยวโอกาสและผลกระโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายได้วางแนวทางได้ในวันนี้ เพื่อความก้าวไกล ก้าวหน้าและยั่งยืนของประเทศไทยกับเขตบริหารพิเศษฮ่องกง รวมทั้งอนุภูมิภาคและภูมิภาคต่อไป

ทั้งนี้ นายสมคิด และนางแคร์รี หล่ำ ร่วมลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-ฮ่องกง และเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงต่าง ๆ อีกถึง 5 ฉบับ ซึ่งจะเป็นกรอบการดำเนินความร่วมมือระหว่างกันในระยะต่อไปด้วย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1.ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าจะร่วมกันผลักดันให้มูลค่าการค้าไทยและฮ่องกงบรรลุเป้าหมาย 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 63 ที่จะถึงนี้ตามที่ทั้งสองฝ่ายได้ตั้งเป้าไว้เมื่อปี 60 พร้อมทั้งเริ่มหารือในเบื้องต้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย – ฮ่องกง และปรับปรุงความตกลงว่าด้วยการคุ้มครองการลงทุนของภาคเอกชนให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน

2.ด้านการลงทุนและการโยกย้ายฐานการผลิต ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนในการสร้างเครือข่าย การแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนและการร่วมกิจกรรมระหว่างกัน โดยมุ่งยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย ร่วมถึงส่งเสริมการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการผลิตและโยกย้ายฐานการผลิตของวิสาหกิจฮ่องกงมายังไทย

นายสมคิด กล่าวว่า วานนี้จากการพบกับคณะนักลงทุนของฮ่องกงที่นายเอ็ดเวิรด์ เยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจฮ่องกง เป็นผู้นำมา ซึ่งเป็นคณะที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาพบว่าเป็นไปด้วยดี และหลายบริษัทได้แสดงถึงความจำนงที่จะมาลงทุนในไทยต่อไป

3.ด้านการเงิน สองฝ่ายจะร่วมกันขับเคลื่อนการเชื่อมโยงตลาดหลักทรัพย์และตลาดทุนของกันและกัน ผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนชนิดใหม่ ๆ เช่น การลงทุนในหลักทรัพย์ต่งประเทผ่านระบบ Depositary Receipt (DR) การทำ cross listing ระหว่างกันในหลักทรัพย์ตัวสำคัญ ตลอดจนการเริ่มต้นทำ mutual recognition of funds และการส่งเสริมให้มีการลงทุนใน Real Estate Investment Trusts (REITS) ระหว่างกันเป็นต้น

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลตลาด โดยเฉพาะการทำ requlatory mapping ซึ่งจะปูทางไปสู่ผลิตภัณฑ์ด้านการเงินชิ้นใหม่ ๆ รวมถึผลิตภัณฑ์การลงทุนสีเขียว (ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม)

4.ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทั้งคนไทยและฮ่องกงต่างมี “พลังแห่งความสร้างสรรค์” (creative power) อยู่มาก อาทิ ในต้านภาพยนตร์ ละคร โฆษณา การออกแบบ สองฝ่ายจึงจะร่วมกันพัฒนและเสริมสร้างการใช้พลังนั้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์และบริการของทั้งสองฝ่าย โดยจะมีมาตรการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสนับสนุนให้ต่างฝ่ายต่างเข้าร่วมกิจกรรมของกันและกัน ซึ่งกำลังจะจัดทำแผนงานร่วมกันต่อไป

5.ด้านการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มตัน (Start-up) ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างระบบนิเวศของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และได้รับทราบถึงพัฒนาการอย่างเป็นรูปธรรมระหว่าง Hong Kong Cyberport และ Innospace Thailand และแสดงความพร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวให้มีมากยิ่งขึ้น โดยจะร่วมกันสนับสนุนการดำเนินการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ การทำวิจัยร่วม การบ่มเพาะ Start-up ที่มีศักยภาพ และมีมาตรการส่งเสริมให้ Start-up เข้าสู่ตลาดโลกได้ง่ายขึ้น

6.ไทยและฮ่องกงเห็นพ้องให้ร่วมกันผลักดันความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยฉพาะในด้านการอาชีวศึกษาและการยกระดับทักษะแรงงานในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมการเกษตร และด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์ หรือ STEM นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมการไปมาหาสู่และการแลกเปลี่ยนกันในระดับประชาชน ทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมกันตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยว 3 ล้านคนต่อปี ภายในปี 64

“ผมเชื่อมั่นว่า การเยือนไทยของท่านแคร์รี หล่ำครั้งนี้ และความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ข้างต้นนั้น จะช่วยสานต่อเจตนารมณ์ร่วมของทั้งสองฝ่ายในการเป็น “ประตู” สู่อาเชียนของประเทศไทย และการเป็น “ประตู” สู่จีนของฮ่องกง ซึ่งจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฮ่องกงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงเสริมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจให้ไทยฮ่องกง และภูมิภาค” นายสมคิด กล่าว

อ่านต่อที่ https://www.ryt9.com/s/iq03/3072878

2 comments on “ไทย-ฮ่องกง ลงนามความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจพร้อมริเริ่มเจรจา FTA

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *