USDอ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก หลังหลายประเทศมีท่าทีคลายล็อกดาวน์

USDอ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก หลังหลายประเทศมีท่าทีคลายล็อกดาวน์

ดอลลาร์สหรัฐ (USD) อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 เม.ย.) โดยที่นักลงทุนเริ่มเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์ที่เสี่ยง เช่นยูโรและเงินปอนด์ หลังจากมีรายงานว่า ยุโรปและสหรัฐเริ่มจะคลายมาตรการล็อกดาวน์ ขณะเดียวกันนักลงทุนรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้

ยูโร (EUR) แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0832 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.0797 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ (GBP) แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2422 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2351 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6465 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6382 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน (JPY) ที่ระดับ 107.24 เยน จากระดับ 107.42 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4039 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4104 ดอลลาร์แคนาดา แต่หากเทียบกับฟรังสวิส (CHF) ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.9755 ฟรังก์ จากระดับ 0.9749 ฟรังก์

นักลงทุนเริ่มลดการถือครองดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากมีรายงานว่า ยุโรปและสหรัฐเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่มีการบังคับใช้ก่อนหน้านี้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นายจูเซปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวว่า อิตาลีจะเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ในวันที่ 4 พ.ค. เพื่อเริ่มเปิดเศรษฐกิจและให้ประชาชนดำเนินชีวิตตามปกติอีกครั้ง

นายกรัฐมนตรีอิตาลีกล่าวว่า ภาคการก่อสร้างและการผลิตนั้นจะเป็นอุตสาหกรรมแรก ๆ ที่จะเปิดทำการอีกครั้ง ตามมาด้วยการเปิดภาคค้าปลีกและพิพิธภัณฑ์ในอีก 2 สัปดาห์ให้หลัง ส่วนบาร์ ร้านอาหาร และร้านตัดผม จะเปิดให้บริการในวันที่ 1 มิ.ย.

ทางด้านนายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เปิดเผยว่า รัฐนิวยอร์กจะเริ่มเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว

นายคูโอโมกล่าวว่า รัฐนิวยอร์กเราจะใช้กลยุทธ์เปิดเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจะมีการเปิดภาคการก่อสร้างและการผลิตในเฟสแรก ส่วนเฟสสองจะมีการประเมินธุรกิจเป็นรายกรณี โดยขึ้นอยู่กับความสำคัญของธุรกิจดังกล่าว แต่ละเฟสจะห่างกัน 2 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบผลกระทบของการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง และสร้างความมั่นใจว่าอัตราผู้ที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและผู้ติดเชื้อจะไม่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รัฐอลาสกา, จอร์เจีย, เซาธ์ แคโรไลนา, เทนเนสซี และเท็กซัส ก็ได้เริ่มให้ร้านอาหารกลับมาเปิดให้บริการแก่ลูกค้า

นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันพุธที่ 29 เม.ย. นี้ ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่วันของพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย.ตามเวลาไทย โดยมีการคาดการณ์ว่า เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25%

นอกจากนี้ นักลงทุนจำนวนมากยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมี.ค., ราคาบ้านเดือนก.พ.จากเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์, ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.จาก Conference Board, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2563 (ประมาณการเบื้องต้น), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนมี.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมี.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกเดือนเม.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนเม.ย.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคการผลิตเดือนเม.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนมี.ค.

2 comments on “USDอ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก หลังหลายประเทศมีท่าทีคลายล็อกดาวน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *