หุ้นใหญ่ หุ้นกลาง หุ้นเล็ก คืออะไร และเล่นต่างกันอย่างไร

บางคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า หุ้นใหญ่ หุ้นกลาง หุ้นเล็ก หรือบางคนก็ใช้คำว่า Large cap. Middle cap. Small cap. กันมาแล้วแต่อาจยังไม่แน่ใจว่ามีความต่างอย่างไรที่เกี่ยวข้องกับนักเล่นหุ้นอย่างเรา วันนี้เราจะมาดูกันว่า หุ้นใหญ่ หุ้นกลาง หุ้นเล็ก มีความต่างกันอย่างไร และนักเล่นหุ้นเล่นต่างกันในหุ้นแต่ละขนาดอย่างไร ซึ่งข้อมุลนี้อาจตรงหรือไม่ตรงกับ Large cap Middle cap Small cap ก็ตาม แต่เป็นความหมายในเชิงการประยุกต์ใช้

หุ้นใหญ่ หมายถึงหุ้นที่มีปริมาณซื้อขายสูง ขนาดใหญ่ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ในแต่ละประเทศจะยกหุ้นพวกนี้อยู่ในดัชนีพิเศษของประเทศนั้นซึ่งมีไม่กี่ตัว เช่น SET25 SET50 SET100 นับเป็นหุ้นใหญ่ มักมี Market cap มากกว่า 1 หมื่นล้านบาทขึ้นไปแต่ตัวเลขนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณการซื้อขายของตลาดโดยรวม

หุ้นใหญ่นั้นนอกจากมีผู้เล่นรายย่อยและรายใหญ่ ยังมี นักลงทุนต่างชาติ ไม่ว่าเป็นกองทุนต่างชาติ สถาบันการเงินต่างชาติ มักจะเล็งไปที่หุ้นใหญ่ของประเทศนั้น และสถาบันและกองทุนรวมในประเทศไทย ซึ่งเมื่อจะลงทุนก็จะเลือกหุ้นใหญ่ก่อน

เนื่องจากหุ้นใหญ่มีการซื้อขายมากเป็นพื้นฐาน การที่จะทำให้หุ้นขึ้นหรือลงนั้นค่อนข้างช้า ไม่สามารถทุบราคาได้ง่ายๆ ยกเว้นจะเกิดข่าวดี ข่าวร้ายทางเศรษฐกิจที่ทำให้กองทุน และต่างชาติแห่ซื้อหรือเทขายพร้อมกัน ก็อาจทำให้ขึ้นแรงหรือร่วงแรงได้ แต่การขึ้นหรือร่วงแรงก็จะร่วงเป็นลำดับขั้น เพราะผู้เล่นในหุ้นตัวนั้นมีจำนวนมาก จึงมีแรงต้านทานในการขึ้นและลงมาก แต่ในระยะยาวก็อาจขึ้นและลงหลายเท่าได้

การเทรดหุ้นใหญ่ จะต้องใช้ปัจจัยพื้นฐานของหุ้น ข่าวทางเศรษฐกิจ และความรู้ลักษณะของตลาดหุ้นที่เล่น การวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถใช้กำหนดจุดซื้อและจุดขายได้

หุ้นกลาง หมายถึงหุ้นที่แม้จะไม่ได้อยู่ใน SET50 SET100 แต่ก็เป็นที่รู้จักอยู่บ้าง และจะต้องมีปริมาณการซื้อขายมีปริมาณการซื้อขายที่มากพอสมควร และสม่ำเสมอด้วย ถ้านับตาม Market cap ก็จะอยู่ระหว่าง 2 พันล้านบาทถึง 1 หมื่นล้านบาท แต่ตัวเลขนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณการซื้อขายของตลาดโดยรวม ไม่ได้หมายความว่าบริษัทไหนดังก็นับว่าเป็นหุ้นขนาดกลางได้ เพราะบริษัทที่มีชื่อเสียงนอกตลาดหุ้น พอมาอยู่ในตลาดหุ้นอาจจะไม่มีใครสนใจซื้อขายก็ได้

อย่างไรก็ตาม แม้หุ้นกลางจะมีปริมาณการซื้อขายมาก แต่ก็ไม่มากเท่าหุ้นขนาดใหญ่ และเมื่อหุ้นเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในดัชนี SET100 จึงมักไม่เป็นเป้าหมายของการลงทุนของต่างชาติ และกองทุน ยกเว้นหุ้นบางตัวที่เด่นในหมวดหมู่ (Sector) นั้น อาจมีกองทุนเข้ามาลงทุนถือไว้บ้าง ผู้เล่นในหุ้นขนาดกลางจึงมักจะมีรายใหญ่ กับรายย่อย และผู้ที่ถือเพื่อลงทุนระยะยาว เช่นชาว VI (Value Investor นักลงทุนหุ้นคุณค่า) ก็จะคัดหุ้นขนาดกลางที่มีงบการเงินดีมาถือไว้เพราะหวังว่าราคาจะขึ้นในอนาคต ปัจจัยเหล่านี้ทำให้หุ้นกลางเป็นหุ้นที่ถูกขับเคลื่อนโดยทั้งพื้นฐาน และเกมราคา

การเทรดหุ้นขนาดกลาง สามารถใช้ความรู้ปัจจัยพื้นฐาน หรือความรู้การวิเคราะห์ทางเทคนิค พิจารณาตามแนวการเล่นของหุ้นตัวนั้น

หุ้นขนาดเล็ก หมายถึงหุ้นที่มีปริมาณซื้อขายน้อย หรือน้อยเป็นส่วนใหญ่ แต่จะโผล่ขึ้นมาเยอะเป็นช่วงๆ มักมี Market cap ไม่เกิน 2 พันล้านบาท แต่ตัวเลขนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณการซื้อขายของตลาดโดยรวม หุ้นขนาดเล็กที่ขึ้นมักจะมาจากการเก็งกำไร โดยจะมีตัวดึงดูดให้คนเข้ามาสนใจหุ้นตัวนั้นนานๆ ครั้ง เช่น อาจมีข่าวดีออกมา หรือมีปัจจัยเกี่ยวกับหมวดหมู่ (Sector) ของหุ้นตัวนั้น เวลาหุ้นขนาดเล็กขึ้น จะขึ้นแรงมาก แต่เวลาลง ก็มีโอกาสลงแรงมากเช่นกัน เพราะผู้เล่นแต่ละตัวมีจำนวนน้อยใช้ปริมาณซื้อขายไม่มากในการดันราคา

การเทรดหุ้นขนาดกลาง ต้องมีความรู้การวิเคราะห์ทางเทคนิค แต่หากจะลงทุนระยะยาวก็ต้องมั่นใจในพื้นฐานจริงๆ เพราะหุ้นขนาดเล็กมีความเปราะบาง สามารถหายไปจากตลาดได้ง่ายกว่าหุ้นกลาง และหุ้นใหญ่

5 comments on “หุ้นใหญ่ หุ้นกลาง หุ้นเล็ก คืออะไร และเล่นต่างกันอย่างไร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *