ทำไมรัฐบาลหลายประเทศจึงมอง Bitcoin เป็นโอกาส

กระแสบิทคอยน์เจอทั้งแรงต้านและแรงสนับสนุน ขณะที่จีนพยายามควบคุมบิทคอยน์ แต่ประเทศที่เปิดรับบิทคอยน์กลับมีมากขึ้นเรื่อยๆ Alex Hoeptner ซึ่งเป็น CEO ของบริษัท Bitmex กล่าวว่าเขาได้รับข่าวว่ามีอย่างน้อย 5 ประเทศมีแผนที่กำลังจะรับ Bitcoin เป็นสกุลเงินตามกฏหมายในก่อนสิ้นปีนี้ และบางประเทศเดินหน้าไปแล้ว

รูปสกุลเงินดิจิตอลบิทคอยน์

“มีอย่างน้อย 5 ประเทศที่จะรับบิทคอยน์เป็นสกุลเงินที่ถูกกฎหมาย และทั้งหมดเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ากำลังพัฒนา นั่นทำให้เราคิดว่า จะมีประเทศกำลังพัฒนาที่เปิดรับบิทคอยน์เพิ่มขึ้นอีกมากในปี ค.ศ. 2022 ที่จะถึงนี้”

เชื่อกันว่ามี 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาเปิดรับบิทคอยน์ ดังนี้

  1. ลดต้นทุน ประเทศที่มีพลเมืองจำนวนมากทำงานนอกประเทศและส่งเงินกลับบ้าน เช่น El Salvador ซึ่งมีรายได้จากกลุ่มนี้ถึง 23% ของ GDP หากจะใช้เงินสกุลเดิม เช่น ดอลล่าร์ ก็จะต้องใช้บริการของผู้ให้บริการทางการเงินที่คิดราคาแพง บางครั้งแพงถึง 10% ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้บิทคอยน์จะทำให้ค่าการโอนน้อยลงอย่างมาก และทำให้ประชาชนมีเงินเก็บที่มากขึ้น
  2. ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ IMF คาดการณ์ว่า กลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีโอกาสเกิดเงินเฟ้อถึง 2.4-5.4% ซึ่งทำให้รัฐบาลและประชาชนค้นหาสิ่งสำรองที่จะต้านเงินเฟ้อได้ ความกังวลนี้ทำให้แม้แต่ประเทศที่เคยแบนสกุลเงินดิจิตอลหันมาสนใจมันอีกครั้ง โดยเฉพาะ Bitcoin ซึ่งมีคุณสมบัติต่อต้านเงินเฟ้อในตัวเอง
  3. การเมือง การเปิดรับสกุลเงินดิจิตอลสามารถสร้างภาพของความทันสมัยและประชานิยมได้อย่างดี สำหรับกลุ่มนักการเมือง โดยการรับสกุลเงินบิทคอยน์ซึ่งเป็นสากลสามารถสร้างภาพที่ก้าวหน้ามากกว่าการสร้างเงินดิจิตอลของตัวเองที่มีรัฐบาลหนุนหลัง ซึ่งหลายชาติพยายามทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ หรือทำได้อย่างมากก็แค่ทดแทนการใช้เหรียญและกระดาษเท่านั้น ไม่ได้ต่างจากเดิมแต่อย่างใด ในขณะที่บิทคอยน์มีระบบสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า และความเป็นสากลมากกว่า

อย่างไรก็ตาม การเปิดรับบิทคอยน์ของประเทศต่างๆ อาจมีทั้งผลกระทบเชิงบวก และเชิงลบต่อสกุลเงิน Bitcoin เอง ซึ่งจะต้องติดตามต่อไป

1 comment on “ทำไมรัฐบาลหลายประเทศจึงมอง Bitcoin เป็นโอกาส

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *